top of page

ทำไมเสื้อขนสัตว์แพงต้องซักแห้ง? | เหตุผลที่คุณอาจไม่เคยรู้

  • SEO Team
  • 4 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
เสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวฟูหรูหรา

เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมเสื้อขนสัตว์ตัวหรูที่ราคาหลายพันหรือหลายหมื่นถึงห้ามซักน้ำเด็ดขาด? ใครที่เคยลองซักเองอาจเคยเจอปัญหา “หด ย้วย ขนแบน ดูไม่ได้” จนเสื้อแทบใส่ไม่ได้อีกเลย นั่นเพราะเสื้อขนสัตว์มีโครงสร้างที่บอบบางและซับซ้อน การดูแลจึงต้องใช้ความเข้าใจมากกว่าผ้าอื่น ๆ ทั่วไป

บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกว่า

  • เสื้อขนสัตว์คืออะไร

  • ทำไมถึงต้องใช้บริการซักแห้ง (Dry Cleaning)

  • จะเกิดอะไรขึ้นหากซักผิดวิธี

  • และควรเลือกใช้บริการแบบไหนถึงจะปลอดภัยที่สุด



เสื้อขนสัตว์คืออะไร? ทำไมถึงต้องดูแลเป็นพิเศษ

ขนสัตว์ที่นิยมนำมาทำเสื้อผ้า

  • ขนแกะ (Wool): ให้ความอบอุ่นสูง แต่หดตัวง่าย

  • ขนอูฐ (Camel Hair): นุ่ม เบา ราคาสูง

  • ขนแคชเมียร์ (Cashmere): นุ่มเป็นพิเศษ ราคาสูงมาก

  • ขนกระต่าย (Angora): ฟูเบา ให้ลุคหรูหรา

  • ขนแอลปากา (Alpaca): แข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน

วัสดุเหล่านี้มี “เคราติน” ซึ่งเป็นโปรตีนตามธรรมชาติ จึงไวต่อความร้อน แรงบิด และสารเคมีต่าง ๆ การดูแลผิดวิธีจะทำให้เนื้อผ้าเสียหายอย่างถาวร


ทำไมถึงซักขนสัตว์ด้วยน้ำหรือซักเครื่องไม่ได้?

เหตุผลสำคัญที่คุณอาจไม่เคยรู้:

1. ขนสัตว์หดตัวเมื่อเจอความร้อนและแรงเสียดสี : เมื่อนำไปซักเครื่องหรือแช่น้ำร้อน เส้นใยจะหดตัวจนเสื้อเล็กลงและเสียทรงถาวร

2. ขนจะจับตัวเป็นก้อนและแข็งกระด้าง : แรงปั่นของเครื่องซักผ้าจะทำให้เส้นใยพันกันจนเสียสัมผัสฟูนุ่มแบบดั้งเดิม

3. อาจขึ้นราและมีกลิ่นอับ หากตากไม่แห้งสนิท : เนื้อผ้าหนา แห้งช้า และดูดซับน้ำดีมาก ทำให้เสี่ยงขึ้นเชื้อรา โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือพื้นที่อับลม

4. โครงสร้างของเสื้อพังง่าย : เสื้อขนสัตว์มักมีซับใน / โครงสร้างเย็บที่ละเอียด การแช่หรือน้ำหนักน้ำอาจทำให้ตะเข็บฉีกหรือบิดเบี้ยว


แล้ว “ซักแห้ง” (Dry Cleaning) ช่วยอะไรได้บ้าง?

1. ไม่มีการใช้น้ำ = ไม่มีปัญหาหดหรือย้วย

Dry cleaning ใช้น้ำยาทำความสะอาดชนิดพิเศษที่ไม่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ ช่วยรักษาขนาด รูปทรง และสัมผัสผ้าไว้ได้เหมือนเดิม


2. ใช้เทคโนโลยีอุณหภูมิต่ำ + ไม่ทำลายโปรตีนขนสัตว์

เหมาะกับเส้นใยธรรมชาติที่ไวต่อความร้อน


3. ขจัดกลิ่นและคราบได้โดยไม่ต้องขยี้

ระบบ dry cleaning จะดูดซึมคราบและสิ่งสกปรกออกจากเนื้อผ้าโดยไม่ต้องเสียดสี


4. ลดโอกาสเกิดเชื้อรา และมีกลิ่นหอมสะอาด

เสื้อจะถูกทำให้แห้งในเครื่องเฉพาะ ไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้นสะสม


FAQ: เจาะลึกข้อสงสัยเกี่ยวกับการซักแห้งเสื้อขนสัตว์ (Luxury Care)

  1. ถ้าป้าย Care Label เขียนว่า "Hand Wash" (ซักมือได้) เรายังควรส่งซักแห้งอยู่ไหม?

    ส่งซักแห้งปลอดภัยกว่าแม้ป้ายจะระบุว่าซักมือได้ แต่ความเสี่ยงอยู่ที่ "อุณหภูมิน้ำ" และ "เทคนิคการตาก" หากขยี้แรงเกินไปหรือตากในที่ที่ลมไม่โกรกพอ ผ้าขนสัตว์จะเสียทรงและเกิดกลิ่นอับได้ง่ายมาก การส่งซักแห้ง (Dry Cleaning) จะเป็นการตัดความเสี่ยงเรื่องการหดตัวและการบิดเบี้ยวของโครงสร้างเสื้อได้ 100% 

  2. การซักแห้งบ่อยๆ จะทำให้เส้นใยขนสัตว์ "กรอบ" หรือ "บางลง" หรือไม่?

    หากใช้บริการกับร้านที่มีมาตรฐาน จะไม่เกิดปัญหานี้ เพราะน้ำยาซักแห้งสมัยใหม่ถูกออกแบบมาให้ถนอมโปรตีนในเส้นใย อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ส่งซักเมื่อมีคราบสกปรกชัดเจนหรือหลังจบฤดูกาลที่ใช้งานหนักๆ เพื่อเป็นการ "Deep Clean" และฆ่าเชื้อโรคก่อนเก็บเข้าตู้

  3. เสื้อขนสัตว์ที่มี "ขนเฟอร์" (Fur) ติดอยู่ที่ปกหรือแขนเสื้อ สามารถซักแห้งรวมไปได้เลยไหม?

    ต้องแจ้งร้านก่อนทุกครั้ง ขนเฟอร์บางชนิดอาจต้องการน้ำยาที่เฉพาะทางกว่าตัวเสื้อผ้าขนสัตว์ปกติ ร้านซักแห้งระดับพรีเมียมจะทำการแยกส่วน (ถ้าทำได้) หรือใช้วิธีการปกป้องขนเฟอร์ไม่ให้โดนสารเคมีโดยตรง เพื่อรักษาความฟูเงางามและป้องกันไม่ให้หนังกำพร้าของขนเฟอร์แห้งแตก

  4. หลังซักแห้งเสร็จ ควรเก็บเสื้อขนสัตว์ไว้ใน "ถุงพลาสติก" ที่ร้านคลุมมาให้ตลอดไปเลยไหม?

    ไม่แนะนำ ถุงพลาสติกที่ร้านคลุมมามีไว้เพื่อกันฝุ่นระหว่างขนส่งเท่านั้น เมื่อถึงบ้านควรนำออกจากถุงพลาสติก แล้วเปลี่ยนมาใช้ "ถุงคลุมผ้าแบบผ้าใบหรือผ้าสปันบอนด์" ที่ระบายอากาศได้ เพื่อป้องกันความชื้นสะสมซึ่งเป็นสาเหตุของเชื้อราและกลิ่นอับ


ควรเลือกใช้บริการซักแห้งแบบไหน?

หากคุณมีเสื้อขนสัตว์ราคาแพง (เช่น Burberry, Gucci, Max Mara หรือแบรนด์ Hi-End) ควรเลือก:

  • ร้านที่มี ระบบซักแห้งมาตรฐานสากล

  • มีประสบการณ์ซักเสื้อผ้าไฮแฟชั่น

  • ใช้น้ำยาคุณภาพสูง ไม่ทำลายเส้นใย

  • มีระบบตรวจสอบก่อน-หลังซัก เช่น การเก็บกลิ่น จุดซ่อม ป้องกันเสื้อหาย ฯลฯ


ซักแห้งคือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับเสื้อขนสัตว์

เสื้อขนสัตว์เป็นมากกว่าเสื้อผ้าธรรมดา เพราะเต็มไปด้วยดีไซน์ การตัดเย็บ และวัสดุที่ต้องการการดูแลอย่างประณีต ดังนั้น Dry Cleaning จึงไม่ใช่ “ตัวเลือก” แต่เป็น “สิ่งจำเป็น” สำหรับเสื้อขนสัตว์ทุกตัว

หากคุณรักเสื้อขนสัตว์ของคุณ อย่าเสี่ยงซักเองโดยไม่มีความรู้ เพราะความเสียหายอาจย้อนกลับไม่ได้เลือกใช้บริการซักแห้งกับร้านที่ไว้ใจได้ เพื่อให้เสื้อของคุณดูดีเหมือนใหม่ในทุกฤดูกาล


ไม่มั่นใจว่าจะซักเสื้อขนสัตว์ยังไงดี? ให้ Fabliss Laundry ดูแลเสื้อขนสัตว์ของคุณแทนดีกว่า

เราเชี่ยวชาญด้านการซักแห้งเสื้อขนสัตว์ทุกประเภท ทั้งขนแกะ แคชเมียร์ ขนอูฐ หรือแอลปากา ด้วยเทคนิคเฉพาะที่ช่วยรักษาทรงผ้า ความนุ่มฟู และสีสันให้ดูสวยเหมือนใหม่ทุกครั้งที่คุณหยิบมาใส่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อโค้ท เสื้อคลุม หรือผ้าพันคอผืนโปรดของคุณ – มั่นใจได้ว่าสะอาด หอม ปลอดภัย ไม่หด ไม่เสียทรง

สำหรับเสื้อขนสัตว์ที่มีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ และมาจากเส้นใยธรรมชาติโดยตรง (ไม่ใช่ขนสัตว์สังเคราะห์) เราเลือกใช้ “น้ำมันทำความสะอาดเฉพาะทางที่ตรงกับคุณสมบัติของขนสัตว์ธรรมชาติ” จึงช่วยรักษาความชุ่มชื่นของเส้นใยขนสัตว์ ไม่ให้แห้งกรอบหรือกระด้างหลังการซัก


Fabliss Laundry พร้อมดูแลทุกชิ้นโปรดของคุณอย่างมืออาชีพ ให้คุณมั่นใจทุกครั้งที่หยิบมาใส


 

จองหรือสอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!


 
 
 

ความคิดเห็น


Group 2.png

Fabliss Sustainable Dry Cleaning เราไม่ใช่แค่ร้านซักรีดซักแห้งทั่วไป แต่คือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเสื้อผ้าอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นบริการซักอบรีดประจำวัน หรือซักแห้งสำหรับชุดพิเศษที่คุณรักเราเลือกใช้นวัตกรรมและน้ำยาที่ปลอดภัยต่อผิวและสิ่งแวดล้อม เพราะเรารู้ว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นมีความหมาย และคุณคู่ควรกับบริการที่ดีที่สุด

CONTACT

OPENNING HOURS

Mon - Sat : 8am - 7pm

30/28 ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 11 Bang Phai, Bang Khae, Bangkok 10160

©2022 by Fabliss co.,Itd.

bottom of page