top of page

ใส่สูทแล้วมีกลิ่นอับ? รวมวิธีดูแลและซักแห้งให้หอมเหมือนใหม่ | Dry Cleaning

  • 22 ม.ค.
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 25 มิ.ย.

เสื้อสูทแขวนเรียงในร้านซักแห้ง

กลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นเหงื่อ กลิ่นอับจากตู้ หรือแม้แต่กลิ่นบุหรี่ มักฝังแน่นในเนื้อผ้าแบบที่ซักน้ำธรรมดาอาจเอาไม่อยู่

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจ:

  • สาเหตุหลักที่ทำให้สูทมีกลิ่น

  • วิธีป้องกันไม่ให้กลิ่นสะสม

  • ทางออกที่ปลอดภัยที่สุด: Dry Cleaning

  • เทคนิคดูแลสูทให้พร้อมใช้งานเสมอ


อ่านจบแล้ว คุณจะมั่นใจได้ว่า “ใส่สูททีไรก็หอมสะอาด ใส่ได้เต็มความมั่นใจ” ทุกครั้ง


กลิ่นอับในสูทเกิดจากอะไร?


แม้สูทจะดูสะอาดจากภายนอก แต่ในความเป็นจริง เนื้อผ้าสามารถสะสมทั้งความชื้น เหงื่อ และกลิ่นจากสภาพแวดล้อมได้ง่ายกว่าที่คิด โดยเฉพาะสูทที่ตัดจากผ้าวูลหรือเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นได้ดี หากดูแลไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดกลิ่นอับสะสมโดยไม่รู้ตัว


1. ใส่ซ้ำโดยไม่ได้พักหรือตากลม


หลังใช้งาน หลายคนมักแขวนสูทกลับเข้าตู้ทันที ทั้งที่เนื้อผ้ายังมีความชื้นจากเหงื่อหรืออากาศภายนอกตกค้างอยู่ เมื่อไม่มีเวลาระบายอากาศเพียงพอ ความอับชื้นจะค่อย ๆ สะสมและกลายเป็นต้นเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์ในระยะยาว


2. กลิ่นจากสภาพแวดล้อมที่ติดกับเนื้อผ้า


สูทสามารถดูดซับกลิ่นรอบตัวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นบุหรี่ กลิ่นอาหาร ควัน หรือกลิ่นอับจากการเดินทาง โดยเฉพาะผ้าวูล (Wool) และผ้าเส้นใยธรรมชาติที่มีโครงสร้างละเอียด ทำให้กลิ่นฝังติดในเนื้อผ้าได้มากกว่าผ้าทั่วไป


3. การเก็บในพื้นที่อับอากาศ


ตู้เสื้อผ้าที่ปิดทึบ ไม่มีการถ่ายเทอากาศ หรือมีความชื้นสะสมสูง เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้สูทเกิดกลิ่นอับ แม้จะไม่ได้ใส่บ่อยก็ตาม ยิ่งหากเก็บสูทไว้แน่นเกินไปโดยไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลเวียน ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดเชื้อราและกลิ่นชื้นได้ง่ายขึ้น


การดูแลสูทอย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยลดกลิ่นอับ แต่ยังช่วยรักษาทรงผ้า เนื้อสัมผัส และยืดอายุการใช้งานของสูทตัวโปรดให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดได้อีกนาน



วิธีดูแลสูทไม่ให้มีกลิ่นอับตั้งแต่แรก


สูทเป็นเสื้อผ้าที่ต้องการการดูแลมากกว่าปกติ โดยเฉพาะเนื้อผ้าประเภทวูลหรือผ้าโครงสร้างพิเศษที่สามารถดูด


ซับความชื้นและกลิ่นได้ง่าย การดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหากลิ่นอับ พร้อมรักษาทรงและคุณภาพของสูทให้อยู่ในสภาพดีได้นานขึ้น


1. ตากสูทหลังใช้งานทุกครั้ง


หลังสวมใส่ ควรแขวนสูทไว้ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อให้ความชื้นจากเหงื่อและอากาศระบายออกจากเนื้อผ้าได้เต็มที่ หลีกเลี่ยงการเก็บเข้าตู้ทันที หรือการตากแดดจัด เพราะความร้อนอาจทำให้เส้นใยผ้าเสื่อมสภาพและสีซีดเร็วขึ้น


2. เลือกใช้ถุงคลุมสูทที่ระบายอากาศได้


ถุงคลุมสูทมีส่วนช่วยป้องกันฝุ่นและรักษาสภาพผ้า แต่ควรเลือกใช้วัสดุที่อากาศสามารถถ่ายเทได้ เช่น ถุง

ผ้าหรือถุงคลุมแบบตาข่าย หลีกเลี่ยงถุงพลาสติกทึบ เพราะอาจกักเก็บความชื้นและทำให้เกิดกลิ่นอับสะสมภายในได้ง่าย


3. ใช้สเปรย์สำหรับผ้าโดยเฉพาะ


การใช้ Fabric Spray หรือสเปรย์ดับกลิ่นสำหรับเสื้อผ้า สามารถช่วยลดกลิ่นสะสมระหว่างวันได้ ควรเลือกสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีแอลกอฮอล์เข้มข้นหรือสารเคมีรุนแรง เพื่อป้องกันการทำลายเส้นใยและรักษาเนื้อผ้าให้คงสภาพเดิม


4. หลีกเลี่ยงการใส่สูทตัวเดิมติดต่อกันหลายวัน


แม้สูทจะดูสะอาด แต่เนื้อผ้ายังคงสะสมความชื้นและกลิ่นจากการใช้งานอยู่เสมอ การมีสูทหมุนเวียนและเว้นช่วงให้ผ้าได้พัก จะช่วยให้เส้นใยคืนตัว ลดการสะสมของกลิ่นอับ และช่วยยืดอายุการใช้งานของสูทในระยะยาว การดูแลสูทอย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้สูทมีกลิ่นสะอาดสดชื่นอยู่เสมอ แต่ยังช่วยรักษาทรง ความเรียบหรู และภาพลักษณ์ที่ดีในทุกครั้งที่สวมใส่



แล้วถ้าสูทมีกลิ่นแล้วล่ะ? วิธีซักให้หอมสะอาดแบบไม่เสียทรง


คำตอบที่ดีที่สุดคือการ ซักแห้ง (Dry Cleaning) ซึ่งต่างจากการซักน้ำทั่วไป โดยเฉพาะกับสูทที่มีโครงสร้างและวัสดุพิเศษ เช่น wool, cashmere, หรือ polyester blend


ทำไม Dry Cleaning เหมาะกับสูท?

  1. ไม่ใช้แรงปั่น ไม่เสียทรง : สูทจะไม่ถูกบิดหรือยับจากการหมุนของเครื่องซักผ้า ช่วยรักษาทรงไหล่ ปก และโครงเสื้อให้เป๊ะเหมือนเดิม

  2. ขจัดกลิ่นฝังลึกได้ดีกว่าการซักน้ำ : น้ำยาเฉพาะทางใน dry cleaning กำจัดกลิ่นได้ลึกถึงใยผ้า หมดกังวลเรื่องกลิ่นเหงื่อ อับ หรือกลิ่นบุหรี่ที่ซักน้ำไม่ออก

  3. รักษาเนื้อผ้าให้คงคุณภาพ : ซักแห้งช่วยถนอมสูทผ้าวูล แคชเมียร์ หรือใยผ้าผสม ให้ยังดูดี เรียบหรู และนุ่มลื่นแม้ผ่านการซักหลายครั้ง

  4. ตรวจเช็กจุดเปื้อนเฉพาะจุดก่อนซัก : ก่อนซักจะมีการดูแลจุดเปื้อน เช่น ปก รักแร้ ปลายแขน มั่นใจว่าสูทสะอาดหมดจดแบบใส่แล้วไม่อายใคร


FAQ เจาะลึกเคล็ดลับขจัดกลิ่นและดูแลสูทให้เนี้ยบตลอดปี

  1. ถ้าสูทเปื้อนกลิ่นอาหารหรือบุหรี่จัดๆ แต่ยังไม่อยากส่งซักแห้งทันที มีวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นไหม?

    มี วิธีที่ได้ผลที่สุดคือการใช้ "เครื่องพ่นไอน้ำแบบพกพา" (Steamer) พ่นไอน้ำผ่านเนื้อผ้าบางๆ ไอน้ำจะช่วยนำพาอนุภาคของกลิ่นออกจากใยผ้าได้ระดับหนึ่ง จากนั้นให้แขวนไว้ในที่ที่มีลมโกรก (ห้ามตากแดด) ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่หากกลิ่นยังฝังลึก การส่งซักแห้ง (Dry Cleaning) คือทางเดียวที่น้ำยาเฉพาะทางจะเข้าไปสลายโมเลกุลกลิ่นในระดับโครงสร้างใยผ้าได้หมดจด

  2. "การพักผ้า" (Resting your suit) ที่ถูกต้องควรทิ้งระยะห่างกี่วัน?

    ตามหลักการดูแลสูทสากล ไม่ควรใส่สูทตัวเดิมซ้ำติดกันเกิน 2 วัน ควรให้ผ้าได้พักอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้ความชื้นจากเหงื่อระเหยออกหมด และให้ใยผ้า (โดยเฉพาะผ้าวูล) ได้คืนตัวกลับสู่ทรงเดิม หากใส่ซ้ำทุกวัน กลิ่นจะสะสมจนแม้แต่การซักแห้งก็อาจต้องใช้กระบวนการที่หนักขึ้น

  3. สูทที่แขวนทิ้งไว้ในตู้นานๆ แล้วมีกลิ่นสาบ (Musty Smell) เกิดจากอะไร และซักแห้งช่วยได้จริงไหม? 

    เกิดจากความชื้นในอากาศและ "ก๊าซ" จากไม้แขวนเสื้อหรือตู้ไม้บางชนิดที่ทำปฏิกิริยากับใยผ้า การส่งซักแห้งจะช่วยขจัดกลิ่นสาบนี้ได้ดีเยี่ยม และเทคนิคสำคัญหลังรับสูทคืนคือ "การเปลี่ยนไม้แขวน" เป็นไม้แขวนสูททรงโค้งที่มีความหนาพอดีกับไหล่ เพื่อให้ลมหมุนเวียนภายในโครงเสื้อได้ดีขึ้นขณะแขวนในตู้

  4. สเปรย์ฉีดผ้า (Fabric Refresher) ที่ขายตามท้องตลาด ปลอดภัยกับสูทราคาแพงไหม?

    ต้องระวัง สเปรย์หลายชนิดมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอมสังเคราะห์ที่อาจทิ้งคราบด่าง (Stain) บนผ้าวูลหรือไหมซับในได้ หากจำเป็นต้องใช้ แนะนำให้ทดลองฉีดที่บริเวณด้านในตะเข็บเล็กๆ ก่อน แต่ทางที่ดีที่สุดคือการเลือกใช้สเปรย์สูตรสำหรับ Delicate Fabric โดยเฉพาะ หรือส่งร้านซักแห้งที่มีบริการ Deodorizing เพื่อความปลอดภัย


แนะนำการดูแลสูทหลังซักแห้ง

  • แขวนทันทีเมื่อรับกลับมาจากร้าน อย่าใส่ถุงพลาสติกไว้เป็นเวลานาน

  • ใช้น้ำหอมผ้ากลิ่นอ่อน ๆ เพื่อช่วยให้หอมยาวนานขึ้น

  • ไม่ควรรีดเองด้วยเตารีดร้อนโดยตรง เพราะอาจทำให้ผ้าเสีย


สูทสะอาด = ความมั่นใจ

การดูแลสูทให้หอมและสะอาด ไม่ใช่แค่เรื่องของความเรียบร้อย แต่คือการส่งเสริมบุคลิกและภาพลักษณ์ของคุณแทนที่จะเสี่ยงกับการซักเอง ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือ ส่งซักแห้งกับร้านที่มีประสบการณ์ (Dry Cleaning) เพื่อให้สูทของคุณพร้อมใช้งานได้เสมอ ไม่ว่าจะในวันประชุมสำคัญ หรือวันแห่งโอกาสที่คุณต้อง “ดูดีที่สุด”


ใส่สูทแล้วมีกลิ่นอับ ไม่มั่นใจ? ให้ Fabliss Laundry ดูแลด้วยบริการซักแห้งสูทโดยเฉพาะ

หมดกังวลเรื่องกลิ่นอับในสูท ด้วยบริการ ซักแห้งสูท แบบมืออาชีพจาก Fabliss Laundry เราดูแลสูททุกตัวอย่างใส่ใจ ทั้งกลิ่น คราบ ความสะอาด และโครงเสื้อ สูทของคุณจะกลับมาหอม นุ่ม เรียบ พร้อมใส่ในทุกโอกาสสำคัญอย่างมั่นใจ



 

จองหรือสอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!

 
 
 

ความคิดเห็น


Group 2.png

Fabliss Sustainable Dry Cleaning เราไม่ใช่แค่ร้านซักรีดซักแห้งทั่วไป แต่คือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเสื้อผ้าอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นบริการซักอบรีดประจำวัน หรือซักแห้งสำหรับชุดพิเศษที่คุณรักเราเลือกใช้นวัตกรรมและน้ำยาที่ปลอดภัยต่อผิวและสิ่งแวดล้อม เพราะเรารู้ว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นมีความหมาย และคุณคู่ควรกับบริการที่ดีที่สุด

CONTACT

OPENNING HOURS

Mon - Sat : 8am - 7pm

30/28 ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 11 Bang Phai, Bang Khae, Bangkok 10160

©2022 by Fabliss co.,Itd.

bottom of page