top of page

ใส่สูทแล้วมีกลิ่นอับ? รวมวิธีดูแลและซักแห้งให้หอมเหมือนใหม่ | Dry Cleaning

  • SEO Team
  • 3 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
เสื้อสูทแขวนเรียงในร้านซักแห้ง

กลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นเหงื่อ กลิ่นอับจากตู้ หรือแม้แต่กลิ่นบุหรี่ มักฝังแน่นในเนื้อผ้าแบบที่ซักน้ำธรรมดาอาจเอาไม่อยู่

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจ:

  • สาเหตุหลักที่ทำให้สูทมีกลิ่น

  • วิธีป้องกันไม่ให้กลิ่นสะสม

  • ทางออกที่ปลอดภัยที่สุด: Dry Cleaning

  • เทคนิคดูแลสูทให้พร้อมใช้งานเสมอ


อ่านจบแล้ว คุณจะมั่นใจได้ว่า “ใส่สูททีไรก็หอมสะอาด ใส่ได้เต็มความมั่นใจ” ทุกครั้ง


กลิ่นอับในสูทเกิดจากอะไร?

1. การใส่ซ้ำโดยไม่ได้ตากลม

หลังใส่สูทกลับมาหลายคนมักแขวนกลับตู้ทันที ทั้งที่ยังมีเหงื่อหรือความชื้นสะสม ส่งผลให้เกิดเชื้อราและกลิ่นอับในระยะยาว


2. กลิ่นจากสภาพแวดล้อม

กลิ่นบุหรี่ กลิ่นอาหาร หรือกลิ่นอับจากการเดินทางสามารถติดตามเส้นใยผ้าได้โดยเฉพาะหากเป็นผ้าขนสัตว์หรือวูล (wool)


3. การเก็บในพื้นที่อับอากาศ

ตู้เสื้อผ้าที่ไม่มีการระบายอากาศ หรือไม่เคยเปิดเลย จะเป็นแหล่งหมักหมมของกลิ่นชื้นโดยไม่รู้ตัว


วิธีดูแลสูทไม่ให้มีกลิ่นอับตั้งแต่แรก

1. ตากสูทหลังใช้งานทุกครั้ง

แขวนในที่ลมผ่านได้ดี ไม่ตากแดดแรง แต่ให้แห้งสนิทก่อนเก็บเข้าตู้


2. ใช้ถุงคลุมสูทแบบระบายอากาศได้

หลีกเลี่ยงถุงพลาสติกทึบที่เก็บกลิ่นไว้ข้างใน ให้เลือกใช้ถุงผ้าหรือถุงตาข่าย


3. ใช้สเปรย์ดับกลิ่นเฉพาะสำหรับผ้า

เลือกสเปรย์ที่ไม่ทำลายเนื้อผ้า และไม่มีแอลกอฮอล์แรงเกินไป


4. หลีกเลี่ยงการใส่สูทติดต่อกันหลายวัน

ควรมีสูทหมุนเวียนเพื่อให้แต่ละตัวได้ “พักผ้า” และฟื้นตัวจากความชื้น


แล้วถ้าสูทมีกลิ่นแล้วล่ะ? วิธีซักให้หอมสะอาดแบบไม่เสียทรง

คำตอบที่ดีที่สุดคือการ ซักแห้ง (Dry Cleaning) ซึ่งต่างจากการซักน้ำทั่วไป โดยเฉพาะกับสูทที่มีโครงสร้างและวัสดุพิเศษ เช่น wool, cashmere, หรือ polyester blend


ทำไม Dry Cleaning เหมาะกับสูท?

  1. ไม่ใช้แรงปั่น ไม่เสียทรง : สูทจะไม่ถูกบิดหรือยับจากการหมุนของเครื่องซักผ้า ช่วยรักษาทรงไหล่ ปก และโครงเสื้อให้เป๊ะเหมือนเดิม

  2. ขจัดกลิ่นฝังลึกได้ดีกว่าการซักน้ำ : น้ำยาเฉพาะทางใน dry cleaning กำจัดกลิ่นได้ลึกถึงใยผ้า หมดกังวลเรื่องกลิ่นเหงื่อ อับ หรือกลิ่นบุหรี่ที่ซักน้ำไม่ออก

  3. รักษาเนื้อผ้าให้คงคุณภาพ : ซักแห้งช่วยถนอมสูทผ้าวูล แคชเมียร์ หรือใยผ้าผสม ให้ยังดูดี เรียบหรู และนุ่มลื่นแม้ผ่านการซักหลายครั้ง

  4. ตรวจเช็กจุดเปื้อนเฉพาะจุดก่อนซัก : ก่อนซักจะมีการดูแลจุดเปื้อน เช่น ปก รักแร้ ปลายแขน มั่นใจว่าสูทสะอาดหมดจดแบบใส่แล้วไม่อายใคร


FAQ เจาะลึกเคล็ดลับขจัดกลิ่นและดูแลสูทให้เนี้ยบตลอดปี

  1. ถ้าสูทเปื้อนกลิ่นอาหารหรือบุหรี่จัดๆ แต่ยังไม่อยากส่งซักแห้งทันที มีวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นไหม?

    มี วิธีที่ได้ผลที่สุดคือการใช้ "เครื่องพ่นไอน้ำแบบพกพา" (Steamer) พ่นไอน้ำผ่านเนื้อผ้าบางๆ ไอน้ำจะช่วยนำพาอนุภาคของกลิ่นออกจากใยผ้าได้ระดับหนึ่ง จากนั้นให้แขวนไว้ในที่ที่มีลมโกรก (ห้ามตากแดด) ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่หากกลิ่นยังฝังลึก การส่งซักแห้ง (Dry Cleaning) คือทางเดียวที่น้ำยาเฉพาะทางจะเข้าไปสลายโมเลกุลกลิ่นในระดับโครงสร้างใยผ้าได้หมดจด

  2. "การพักผ้า" (Resting your suit) ที่ถูกต้องควรทิ้งระยะห่างกี่วัน?

    ตามหลักการดูแลสูทสากล ไม่ควรใส่สูทตัวเดิมซ้ำติดกันเกิน 2 วัน ควรให้ผ้าได้พักอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้ความชื้นจากเหงื่อระเหยออกหมด และให้ใยผ้า (โดยเฉพาะผ้าวูล) ได้คืนตัวกลับสู่ทรงเดิม หากใส่ซ้ำทุกวัน กลิ่นจะสะสมจนแม้แต่การซักแห้งก็อาจต้องใช้กระบวนการที่หนักขึ้น

  3. สูทที่แขวนทิ้งไว้ในตู้นานๆ แล้วมีกลิ่นสาบ (Musty Smell) เกิดจากอะไร และซักแห้งช่วยได้จริงไหม? 

    เกิดจากความชื้นในอากาศและ "ก๊าซ" จากไม้แขวนเสื้อหรือตู้ไม้บางชนิดที่ทำปฏิกิริยากับใยผ้า การส่งซักแห้งจะช่วยขจัดกลิ่นสาบนี้ได้ดีเยี่ยม และเทคนิคสำคัญหลังรับสูทคืนคือ "การเปลี่ยนไม้แขวน" เป็นไม้แขวนสูททรงโค้งที่มีความหนาพอดีกับไหล่ เพื่อให้ลมหมุนเวียนภายในโครงเสื้อได้ดีขึ้นขณะแขวนในตู้

  4. สเปรย์ฉีดผ้า (Fabric Refresher) ที่ขายตามท้องตลาด ปลอดภัยกับสูทราคาแพงไหม?

    ต้องระวัง สเปรย์หลายชนิดมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอมสังเคราะห์ที่อาจทิ้งคราบด่าง (Stain) บนผ้าวูลหรือไหมซับในได้ หากจำเป็นต้องใช้ แนะนำให้ทดลองฉีดที่บริเวณด้านในตะเข็บเล็กๆ ก่อน แต่ทางที่ดีที่สุดคือการเลือกใช้สเปรย์สูตรสำหรับ Delicate Fabric โดยเฉพาะ หรือส่งร้านซักแห้งที่มีบริการ Deodorizing เพื่อความปลอดภัย


แนะนำการดูแลสูทหลังซักแห้ง

  • แขวนทันทีเมื่อรับกลับมาจากร้าน อย่าใส่ถุงพลาสติกไว้เป็นเวลานาน

  • ใช้น้ำหอมผ้ากลิ่นอ่อน ๆ เพื่อช่วยให้หอมยาวนานขึ้น

  • ไม่ควรรีดเองด้วยเตารีดร้อนโดยตรง เพราะอาจทำให้ผ้าเสีย


สูทสะอาด = ความมั่นใจ

การดูแลสูทให้หอมและสะอาด ไม่ใช่แค่เรื่องของความเรียบร้อย แต่คือการส่งเสริมบุคลิกและภาพลักษณ์ของคุณแทนที่จะเสี่ยงกับการซักเอง ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือ ส่งซักแห้งกับร้านที่มีประสบการณ์ (Dry Cleaning) เพื่อให้สูทของคุณพร้อมใช้งานได้เสมอ ไม่ว่าจะในวันประชุมสำคัญ หรือวันแห่งโอกาสที่คุณต้อง “ดูดีที่สุด”


ใส่สูทแล้วมีกลิ่นอับ ไม่มั่นใจ? ให้ Fabliss Laundry ดูแลด้วยบริการซักแห้งสูทโดยเฉพาะ

หมดกังวลเรื่องกลิ่นอับในสูท ด้วยบริการ ซักแห้งสูท แบบมืออาชีพจาก Fabliss Laundry เราดูแลสูททุกตัวอย่างใส่ใจ ทั้งกลิ่น คราบ ความสะอาด และโครงเสื้อ สูทของคุณจะกลับมาหอม นุ่ม เรียบ พร้อมใส่ในทุกโอกาสสำคัญอย่างมั่นใจ



 

จองหรือสอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!

 
 
 

ความคิดเห็น


Group 2.png

Fabliss Sustainable Dry Cleaning เราไม่ใช่แค่ร้านซักรีดซักแห้งทั่วไป แต่คือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเสื้อผ้าอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นบริการซักอบรีดประจำวัน หรือซักแห้งสำหรับชุดพิเศษที่คุณรักเราเลือกใช้นวัตกรรมและน้ำยาที่ปลอดภัยต่อผิวและสิ่งแวดล้อม เพราะเรารู้ว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นมีความหมาย และคุณคู่ควรกับบริการที่ดีที่สุด

CONTACT

OPENNING HOURS

Mon - Sat : 8am - 7pm

30/28 ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 11 Bang Phai, Bang Khae, Bangkok 10160

©2022 by Fabliss co.,Itd.

bottom of page