วิธีดูป้าย Care Label รู้ได้ยังไงว่าเสื้อผ้าควรส่งซักแห้ง (Dry Cleaning)
- SEO Team
- 8 ม.ค.
- ยาว 2 นาที

คุณเคยส่งเสื้อผ้าราคาแพงให้ร้านซักผ้าแล้วกลับมาเจอผ้าหด สีตก หรือเสียรูปทรงไหม? ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการเลือกวิธีซักที่ไม่ถูกต้องกับชนิดของผ้า โดยเฉพาะในกรณีที่เสื้อผ้านั้นควร “ซักแห้ง (Dry Cleaning)” แทนการซักน้ำทั่วไป
สิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ “ป้าย Care Label” ซึ่งอยู่ด้านในเสื้อผ้า นี่คือคู่มือขนาดย่อที่บอกวิธีดูแลผ้าอย่างถูกต้อง ถ้าอ่านเป็น คุณจะรู้ทันทีว่าเสื้อผ้าตัวนั้น “ควรซักแห้ง” หรือ “สามารถซักน้ำได้”
บทความนี้จะพาคุณ:
รู้จักสัญลักษณ์บนป้าย Care Label
เข้าใจความหมายของสัญลักษณ์ซักแห้ง
แยกให้ออกว่าเสื้อผ้าแบบไหนควรใช้ บริการซักแห้ง
ป้าย Care Label คืออะไร? ทำไมต้องดูให้เป็นก่อนซักเสื้อผ้า?
Care Label = คู่มือการดูแลเสื้อผ้าที่เจ้าของควรอ่าน
ป้าย Care Label หรือป้ายคำแนะนำการดูแลเสื้อผ้า เป็นป้ายเล็ก ๆ ที่ติดมากับเสื้อผ้าทุกตัว โดยส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณด้านข้างลำตัว หรือข้างในคอเสื้อ มีไว้เพื่อบอกวิธีซัก อบ รีด และดูแลเสื้อผ้าอย่างเหมาะสมตามชนิดผ้า
หากไม่อ่าน อาจเสียผ้าโดยไม่รู้ตัว
เช่น เสื้อไหมที่ห้ามซักน้ำ ถ้าคุณไม่ดู Care Label แล้วซักเครื่องด้วยน้ำร้อน = ผ้าหด หรือเสื้อผ้าฝ้ายบางตัวที่ซักแห้งเท่านั้น หากซักน้ำ สีอาจตกหรือเสียรูป
วิธีอ่านป้าย Care Label ให้รู้ว่าเสื้อผ้าต้องซักแห้งหรือไม่
จำง่าย ๆ สัญลักษณ์ “Dry Cleaning” คือวงกลม
ถ้าคุณเห็น “รูปวงกลม” บนป้าย = หมายถึงเสื้อผ้าชิ้นนั้นต้อง ซักแห้ง (Dry Clean)
วงกลมเปล่า = ซักแห้งได้
วงกลมมีตัวอักษร P หรือ F = ซักแห้งโดยใช้ตัวทำละลายเฉพาะ
วงกลมมีกากบาท = ห้ามซักแห้ง
สัญลักษณ์อื่นที่ควรดูประกอบ
รูปอ่างน้ำ = ซักด้วยน้ำได้ (แสดงว่าไม่จำเป็นต้องซักแห้ง)
รูปเตารีด = รีดได้ / ห้ามรีด / รีดได้ที่อุณหภูมิเท่าไหร่
กากบาททุกแบบ = ห้ามทำขั้นตอนนั้น เช่น ห้ามอบ ห้ามปั่น ฯลฯ
หากพบว่าป้ายระบุ “ห้ามซักน้ำ” หรือ “ซักแห้งเท่านั้น” แนะนำให้ใช้ บริการซักแห้ง จากมืออาชีพเท่านั้น
ตัวอย่างผ้าที่ควรซักแห้ง (Dry Cleaning) ตาม Care Label
1. ผ้าไหม (Silk)
ป้ายมักจะระบุ “Dry Clean Only” หรือมีวงกลม P เพื่อแสดงว่าต้องซักแห้งเท่านั้นเหตุผล: ผ้าไหมไวต่ออุณหภูมิ หดตัวง่าย และเสียรูปได้หากซักน้ำ
2. ผ้าวูล (Wool)
มักมีสัญลักษณ์ Dry Clean หรือ ซักมือเบา ๆเหตุผล: วูลหดเมื่อโดนน้ำร้อน หรือการปั่นแรง
3. ผ้าลูกไม้ ผ้าโปร่ง และเสื้อผ้าดีไซน์พิเศษ
ถ้ามีหลายเลเยอร์ หรือใช้วัสดุหลายชนิดผสม ป้าย Care Label มักแนะนำให้ “Dry Clean Only”
ทำไมควรใช้บริการซักแห้งกับมืออาชีพ?
ร้านที่เชี่ยวชาญอ่าน Care Label และเลือกวิธีที่ถูกต้อง
มืออาชีพด้าน บริการซักแห้ง จะมีความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นใยผ้า, สารเคมี และเครื่องซักแบบพิเศษ เพื่อให้ผ้าสะอาดโดยไม่เสียหาย
ปลอดภัยกับเสื้อผ้าราคาแพงและแฟชั่นแบรนด์เนม
เสื้อผ้าดีไซน์พิเศษ ชุดสูท เดรสแบรนด์เนม — ต้องการการดูแลแบบเฉพาะ และไม่ควรเสี่ยงซักเอง
คำถาม-คำตอบที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตัดสินใจส่งซักแห้ง (Dry Cleaning)
1. ถ้าไม่มีป้าย Care Label จะรู้ได้อย่างไรว่าเสื้อผ้าควรส่งซักแห้ง?
ให้พิจารณาจาก ชนิดของผ้า เป็นหลักค่ะ หากเป็นวัสดุที่บอบบางและไวต่อความร้อนหรือน้ำ เช่น ผ้าไหม, ผ้าวูล (Wool), หรือผ้าที่มีเนื้อพิเศษ เช่น หนังกลับหรือกำมะหยี่ แนะนำให้เลือกซักแห้งเสมอ เพื่อป้องกันการหดตัว เสียรูปทรง หรือสีด่างจากน้ำค่ะ
2. การซักแห้งดีกว่าการซักน้ำอย่างไร?
การซักแห้งใช้สารเคมี (Solvents) แทนน้ำในการทำความสะอาดค่ะ ซึ่งช่วย ลดการหดตัว และ ไม่ทำลายเส้นใยผ้า ที่ไวต่อความร้อนหรือการปั่นรุนแรงค่ะ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเสื้อผ้าราคาแพง, ชุดสูท, หรือผ้าที่มีโครงสร้างละเอียดที่ต้องการการดูแลแบบเฉพาะเจาะจงค่ะ
3. เมื่อส่งเสื้อผ้าให้ร้านซักแห้ง ควรแจ้งข้อมูลอะไรบ้าง?
ควรแจ้ง ชนิดของผ้า (เช่น ผ้าไหม, ผ้าวูล) และ จุดที่มีคราบฝังแน่น ให้พนักงานรับทราบค่ะ และถ้ามีป้าย Care Label ควรให้ร้านดูด้วยค่ะ การแจ้งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ร้านซักแห้งสามารถเลือกใช้สารเคมีและวิธีการซักที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ผ้าสะอาดโดยไม่เสียหายค่ะ
อ่านป้ายให้เป็น รักษาเสื้อผ้าได้ยาวนาน
การอ่าน “Care Label” คือทักษะเล็ก ๆ ที่ช่วยยืดอายุเสื้อผ้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะเมื่อเรารู้ว่าเสื้อผ้าตัวไหนควร ซักแห้ง (Dry Cleaning) เพื่อป้องกันผ้าหด สีตก หรือเสียรูปทรง
หากคุณไม่แน่ใจว่าจะดูแลผ้าอย่างไร — ทางเลือกที่ดีที่สุดคือใช้ บริการซักแห้งแบบมืออาชีพ ที่มีความรู้เรื่องเส้นใยผ้าและเครื่องมือเฉพาะทาง เพื่อให้เสื้อผ้าของคุณกลับมาสะอาด สดใหม่ และอยู่กับคุณได้นานขึ้น
อย่าปล่อยให้เสื้อผ้าราคาแพงเสียหายเพราะซักผิดวิธี — อ่านป้าย แล้วเลือกใช้บริการซักแห้งอย่างมืออาชีพ
Fabliss ใกล้คุณ — สะดวกทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมบริการซักอบแห้งพรีเมียม
สะดวกทุกการดูแลเสื้อผ้าของคุณ ด้วยบริการซักอบแห้งพรีเมียมจาก Fabliss ที่พร้อมดูแลผ้าแบรนด์เนม ไฮแฟชั่น และชุดพิเศษอย่างมืออาชีพ
พบเราได้ที่สาขาใกล้บ้านคุณ:
📍 Fabliss สาขา วิลล่ามาร์เก็ต นางลิ้นจี่ 📍 Fabliss สาขา ฮาบิโตะ มอลล์ อ่อนนุช 📍 Fabliss สาขา เดอะฟิล์ สุขุมวิท 54 📍 Fabliss สาขา เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
ติดต่อหรือสอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!
โทร: 088-619-6618 , 061-431-0330
line : @fablissfranchise




ความคิดเห็น