top of page

คราบเครื่องสำอางติดเสื้อซักอย่างไร? วิธีขจัดคราบให้สะอาดโดยไม่ทำลายเนื้อผ้า

31 ส.ค.
ยาว 1 นาที
คราบเครื่องสำอางติดเสื้อซักอย่างไร

คราบเครื่องสำอางเป็นหนึ่งในคราบที่พบได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นคราบรองพื้น คุชชั่น แป้งฝุ่น ลิปสติก หรือครีมกันแดด โดยเฉพาะบริเวณคอเสื้อ ปกเสื้อ หรือแขนเสื้อ หลายคนอาจรีบขยี้คราบหรือใช้น้ำล้างทันที ซึ่งอาจทำให้คราบฝังลึกกว่าเดิม หรือทำให้เนื้อผ้าเสียหายโดยไม่รู้ตัว


ความจริงแล้ว เครื่องสำอางแต่ละประเภทมีส่วนผสมแตกต่างกัน บางชนิดมีน้ำมัน ซิลิโคน หรือเม็ดสีที่ติดแน่น จึงควรเลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะกับชนิดของคราบและประเภทของผ้า เพื่อให้สามารถขจัดคราบได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยรักษาสีสันและเนื้อผ้าให้สวยเหมือนเดิม


บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักวิธีขจัดคราบเครื่องสำอางอย่างถูกต้อง พร้อมข้อควรระวัง และคำแนะนำว่าเมื่อใดควรส่งร้านซักแห้งหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเสื้อผ้า


ทำไมคราบเครื่องสำอางจึงซักออกยาก?


เครื่องสำอางในปัจจุบันถูกออกแบบให้ติดทนนาน กันน้ำ และกันเหงื่อ จึงทำให้เมื่อติดบนเสื้อผ้าแล้วสามารถเกาะติดเส้นใยผ้าได้ง่าย

ตัวอย่างเครื่องสำอางที่มักทำให้เกิดคราบ ได้แก่

  • รองพื้น (Foundation)

  • คุชชั่น (Cushion)

  • ลิปสติก

  • แป้งผสมรองพื้น

  • บลัชออน

  • ครีมกันแดด

  • คอนซีลเลอร์


โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันและเม็ดสีเข้ม หากปล่อยทิ้งไว้นาน คราบจะยิ่งฝังแน่นและทำความสะอาดได้ยากขึ้น


คราบเครื่องสำอางแต่ละประเภท ควรทำความสะอาดอย่างไร?


คราบรองพื้นและคุชชั่น

คราบรองพื้นมักมีส่วนผสมของน้ำมันและเม็ดสี ควรซับคราบเบา ๆ ด้วยกระดาษหรือผ้าสะอาดก่อน จากนั้นใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบที่เหมาะกับเนื้อผ้า แล้วจึงซักตามปกติ หลีกเลี่ยงการขยี้แรง เพราะอาจทำให้คราบกระจายและฝังลึกกว่าเดิม


คราบลิปสติก

ลิปสติกมีทั้งไขมันและเม็ดสีเข้ม จึงควรซับคราบออกก่อน แล้วใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสำหรับคราบประเภทน้ำมัน โดยทดสอบกับบริเวณที่มองไม่เห็นก่อนทุกครั้ง


คราบแป้งฝุ่น

หากเป็นแป้งฝุ่น ไม่ควรใช้น้ำทันที เพราะอาจทำให้แป้งจับตัวเป็นคราบ ควรปัดแป้งส่วนเกินออกก่อน แล้วจึงทำความสะอาดตามขั้นตอน


คราบครีมกันแดด

ครีมกันแดดบางสูตรอาจทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุในน้ำจนเกิดคราบเหลือง หากพบคราบ ควรรีบทำความสะอาดโดยเร็ว และหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนก่อนที่คราบจะหลุดออก


วิธีขจัดคราบเครื่องสำอางบนเสื้อผ้าอย่างถูกต้อง


หากเพิ่งเกิดคราบ สามารถดูแลเบื้องต้นได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ซับคราบด้วยกระดาษหรือผ้าสะอาด โดยไม่ถูแรง

  2. ปัดเศษแป้งหรือเครื่องสำอางส่วนเกินออก

  3. ใช้น้ำยาขจัดคราบที่เหมาะกับประเภทของผ้า

  4. ทดสอบผลิตภัณฑ์กับจุดเล็ก ๆ ก่อนใช้งานจริง

  5. ซักตามคำแนะนำบนป้าย Care Label

  6. ตรวจสอบว่าคราบหลุดก่อนนำเข้าเครื่องอบหรือรีด


สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเสื้อผ้าเปื้อนเครื่องสำอาง


หลายคนอาจรีบแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้คราบฝังแน่นหรือทำลายเนื้อผ้า เช่น

  • ขยี้คราบแรงเกินไป

  • ใช้น้ำร้อนทันที

  • ใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์รุนแรงกับผ้าละเอียดอ่อน

  • รีดหรืออบผ้าทั้งที่คราบยังไม่หลุด

  • ใช้สารฟอกขาวโดยไม่ตรวจสอบประเภทของผ้า


เสื้อผ้าแบบไหนควรหลีกเลี่ยงการซักเอง?


เสื้อผ้าบางประเภทควรได้รับการดูแลด้วยวิธีเฉพาะ เพราะมีโอกาสเสียหายได้ง่าย เช่น


เสื้อสูท

การซักผิดวิธีอาจทำให้โครงสร้างภายในเสียรูป


ผ้าไหม

เป็นผ้าที่ไวต่อสารเคมีและการเสียดสี


ผ้าวูลและแคชเมียร์

อาจหดตัวหรือเสียรูปเมื่อซักไม่ถูกวิธี


เสื้อผ้าแบรนด์เนม

ควรเลือกกระบวนการทำความสะอาดที่เหมาะกับวัสดุและรายละเอียดของเสื้อผ้า เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและอายุการใช้งาน


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคราบเครื่องสำอางบนเสื้อผ้า


คราบรองพื้นซักออกได้ไหม?

หากรีบทำความสะอาดตั้งแต่คราบยังใหม่ มีโอกาสขจัดออกได้ง่ายกว่าคราบที่ปล่อยทิ้งไว้นาน


ใช้น้ำร้อนช่วยให้คราบหลุดเร็วขึ้นหรือไม่?

ไม่แนะนำ เพราะความร้อนอาจทำให้คราบบางประเภทติดแน่นกับเส้นใยผ้ามากขึ้น


เสื้อผ้าสีขาวเปื้อนรองพื้นควรทำอย่างไร?

ควรรีบซับคราบและเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับผ้าสีขาว โดยหลีกเลี่ยงสารที่อาจทำให้เนื้อผ้าเสียหาย


คราบเครื่องสำอางบนเสื้อผ้าแบรนด์เนมควรซักเองหรือไม่?

หากเป็นเสื้อผ้าที่มีมูลค่าสูง หรือผลิตจากผ้าละเอียดอ่อน แนะนำให้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเสื้อผ้า เพื่อลดความเสี่ยงที่ผ้าจะเสียหาย


หากขจัดคราบไม่ได้ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแล


แม้คราบเครื่องสำอางหลายประเภทจะสามารถทำความสะอาดเบื้องต้นได้ แต่หากเป็นคราบที่ฝังแน่น ติดบนผ้าละเอียดอ่อน หรือเกิดกับเสื้อสูท เสื้อโค้ท เสื้อผ้าแบรนด์เนม และผ้าไหม การทดลองใช้น้ำยาหลายชนิดหรือซักเองซ้ำ ๆ อาจทำให้เนื้อผ้าเสียหาย สีซีด หรือเกิดรอยด่างได้


หากไม่มั่นใจว่าควรใช้วิธีใด การส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินประเภทของคราบและเลือกกระบวนการทำความสะอาดที่เหมาะกับเนื้อผ้า จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการขจัดคราบได้อย่างปลอดภัย



ให้ Fabliss Laundry ช่วยดูแลเสื้อผ้าของคุณ


หากคุณกำลังเผชิญกับคราบเครื่องสำอางที่ซักออกยาก หรือไม่แน่ใจว่าควรเลือก Dry Cleaning, Wet Cleaning หรือบริการซักอบรีดแบบใด Fabliss Laundry พร้อมให้คำแนะนำและเลือกกระบวนการทำความสะอาดที่เหมาะกับเสื้อผ้าแต่ละชิ้น


เราใส่ใจตั้งแต่การตรวจสอบประเภทของคราบ เนื้อผ้า และป้าย Care Label เพื่อเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงที่เสื้อผ้าจะเสียทรง สีซีด หรือเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะเสื้อสูท เสื้อโค้ท ผ้าไหม ผ้าวูล และเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษาเรื่องการดูแลคราบบนเสื้อผ้าได้ที่ 

โทร: 088-619-6618 ,  061-431-0330

 
 
 

ความคิดเห็น


Group 2.png

Fabliss Sustainable Dry Cleaning เราไม่ใช่แค่ร้านซักรีดซักแห้งทั่วไป แต่คือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเสื้อผ้าอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นบริการซักอบรีดประจำวัน หรือซักแห้งสำหรับชุดพิเศษที่คุณรักเราเลือกใช้นวัตกรรมและน้ำยาที่ปลอดภัยต่อผิวและสิ่งแวดล้อม เพราะเรารู้ว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นมีความหมาย และคุณคู่ควรกับบริการที่ดีที่สุด

CONTACT

OPENNING HOURS

Mon - Sat : 8am - 7pm

30/28 ถนนพุทธมณฑลสายสอง ซอย 11 Bang Phai, Bang Khae, Bangkok 10160

©2022 by Fabliss co.,Itd.

bottom of page